7 วิธีบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ งานยุ่งแค่ไหนก็เอาอยู่

7 วิธีบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ งานยุ่งแค่ไหนก็เอาอยู่


การบริหารเวลาเป็นกระบวนการรวางแผนและควบคุมเวลาที่จะใช้ในกิจกรรมต่างๆ การบริหารเวลาที่ดีช่วยให้ทำงานเสร็จเร็วขึ้น ลดความเครียด และนำไปสู่ความสำเร็จในอาชีพการงาน 

 

ประโยชน์ของการบริหารเวลา

 

การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน ความเครียดลดลง และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น ประโยชน์บางประการของการบริหารเวลา มีดังนี้

 

1. ลดความเครียด

การทำงานให้เสร็จอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดความวิตกกังวล เวลาที่เราขีดฆ่ารายการที่ทำเสร็จแล้ว เราจะเห็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องเครียดเพราะกังวลว่าจะทำสิ่งต่างๆ ไม่เสร็จ

 

2. มีเวลามากขึ้น

การบริหารเวลาที่ดีจะทำให้มีเวลาในการใช้ชีวิตมากขึ้น ผู้ที่สามารถจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีเวลาไปสนุกกับงานอดิเรกได้มากขึ้น 

 

3. มีโอกาสมากขึ้น

การจัดการเวลาให้ดีจะนำไปสู่โอกาสที่มากขึ้น และเสียเวลาไปกับกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ น้อยลง ทักษะการจัดการเวลาที่ดีเป็นคุณสมบัติสำคัญที่นายจ้างมองหา ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญและกำหนดเวลางานเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับองค์กรต่างๆ

 

4. ความสามารถในการบรรลุเป้าหมาย

ผู้ที่ฝึกฝนการบริหารเวลาจะสามารถบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ได้ดีขึ้น และทำได้ในระยะเวลาอันสั้น 



7 วิธีบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ งานยุ่งแค่ไหนก็เอาอยู่

หลังจากพิจารณาถึงประโยชน์ของการบริหารเวลาแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพกันบ้าง

 

1. ตั้งเป้าหมายให้ถูกต้อง

กำหนดเป้าหมายที่ทำได้และวัดผลได้ ใช้วิธี SMART ในการตั้งเป้าหมาย โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป้าหมายที่คุณตั้งไว้มีความเฉพาะเจาะจง (Specific), วัดผลได้ (Measurable), บรรลุได้ (Attainable), เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการบรรลุ (Relevant) และเสร็จทันเวลา (Timely)

 

2. จัดลำดับความสำคัญอย่างชาญฉลาด 

จัดลำดับความสำคัญของงานตามความสำคัญและความเร่งด่วน เช่น ดูงานประจำวันของคุณและพิจารณาว่า:

 

  • สำคัญและเร่งด่วน: ทำงานเหล่านี้ทันที
  • สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน: ตัดสินใจว่าจะทำภารกิจเหล่านี้เมื่อใด
  • เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ: มอบหมายงานเหล่านี้ให้คนอื่นหากเป็นไปได้
  • ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ: เก็บไว้ทำทีหลัง 

 

3. กำหนดเวลาในการทำงาน

การกำหนดเวลาจะช่วยให้คุณมีสมาธิและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ก่อนจัดสรรเวลา ควรใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อพิจารณารายละเอียดของแต่ละงาน ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น ด้วยวิธีนี้คุณสามารถวางแผนจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้ 

 

ตัวอย่าง สมมติว่าคุณต้องเขียนรายงาน 5 หัวข้อให้เสร็จทันเวลาก่อนเข้าการประชุม แต่คุณตระหนักดีว่าคุณจะทำเสร็จได้เพียง 4 หัวข้อเท่านั้น เมื่อคุณทราบข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดีล่วงหน้า คุณอาจแบ่งงาน 1 หัวข้อที่เหลือให้คนอื่น ตรงกันข้าม หากคุณไม่ได้ใส่ใจที่จะตรวจสอบเวลากับงานของคุณล่วงหน้า คุณอาจไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น และอาจเป็นเรื่องยากที่จะหาใครสักคนมาช่วยแบ่งงาน และก็ยากสำหรับพวกเขาที่จะจัดสรรเวลาสำหรับงานของคุณด้วย 

 

4. พักเบรกระหว่างทำงาน

เมื่อทำงานหลายๆ อย่างโดยไม่หยุดพัก การจดจ่อและแรงจูงใจในการทำงานจะลดลง ควรจัดสรรเวลาหยุดพักระหว่างงาน เพื่อให้สมองได้พัก หรืออาจลองงีบสั้นๆ ไปเดินเล่น หรือนั่งสมาธิ 

 

5. จัดระเบียบตัวเอง

ใช้ปฏิทินเพื่อจัดการเวลาในระยะยาว กำหนดเวลาสำหรับโครงการต่างๆ ลองนึกถึงวันที่จะทุ่มเทให้กับงานแต่ละชิ้น เช่น คุณอาจต้องวางแผนการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกระแสเงินสดในวันที่คุณรู้ว่า CFO ของบริษัทว่างที่จะเข้าประชุม 

 

6. ลบงานหรือกิจกรรมที่ไม่จำเป็น

สิ่งสำคัญคือต้องลบกิจกรรมหรืองานส่วนเกินออก กำหนดสิ่งที่สำคัญและสิ่งที่สมควรได้รับเวลาจากคุณ การลบงานหรือกิจกรรมที่ไม่จำเป็นออกจะทำให้คุณมีเวลาที่จะใช้กับสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง

 

7. วางแผนล่วงหน้า

คุณควรแน่ใจว่าได้เริ่มต้นทุกวันด้วยสิ่งที่คุณต้องการจะทำจริงๆ เริ่มจากพิจารณาสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จในวันนั้น และสร้างนิสัยจด "สิ่งที่ต้องทำ" ในวันถัดไป วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถเริ่มงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันรุ่งขึ้น 

 

หากคุณสามารถบริหารเวลาได้ดี ก็จะเกิดผลดีกับชีวิตทั้งด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว แต่หากจัดการเวลาได้ไม่ดีอาจนำมาซึ่งผลเสียหลายข้อ เช่น ทำงานแย่ เสียเวลา สูญเสียการควบคุมชีวิต คุณภาพของงานไม่ดี และเสียชื่อเสียง


ที่มา: BESTJOBTH

ความคิดเห็น