การพัฒนาตนเองไม่ใช่เรื่องใหม่ และหลายคนก็คงเคยได้ยินเรื่องการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ มาจนชินแล้ว แต่การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง‘growth’ and ‘fixed’ mindset จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการทำงานของคุณ
Growth Mindset คืออะไร?
Carol Dweck นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้คิดค้นคำว่า 'growth mindset' เพื่ออธิบายคนที่เชื่อว่าทักษะและความสามารถของพวกเขาสามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา พวกเขาสนุกกับการเรียนรู้ มองหาความท้าทายใหม่ๆ และมองว่าความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้จากความผิดพลาดมากกว่าที่จะเป็นภัยพิบัติ
ส่วนคนที่มี fixed mindset มีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถเฉพาะเจาะจง และสิ่งนี้ต่างหากที่นำไปสู่ความสำเร็จ แทนที่จะเป็นความพยายาม โดยทั่วไป fixed mindset มีแนวโน้มทีจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ท้าทาย เพิกเฉยต่อข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์
แม้ว่า growth mindset จะไม่ใช่ทางลัดสู่ความสำเร็จ แต่ความเชื่อที่ว่าคุณมีศักยภาพที่จะเรียนรู้และพัฒนาต่อไปสามารถช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันได้ ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับ 7 ข้อที่จะช่วยให้คุณปลูกฝัง growth mindset เพื่อประโยชน์ต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
1. คุณคิดว่าตัวเองมี Growth Mindset แล้วหรือยัง?
หลายคนที่ได้ยินแนวคิดเรื่อง Growth Mindset ครั้งแรกมักคิดว่า พวกเขาเป็นคนที่เปิดรับแนวคิดและกิจกรรมใหม่ๆ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อพัฒนา Growth Mindset อีก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย
Carol Dweck กล่าวว่า Growth Mindset เป็นกรอบความคิดที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทำงานหรือทำกิจกรรมใดก็ตาม แต่ละคนมักจะสลับกรอบความคิดไปมาระหว่าง growth and fixed mindset แต่ในการพัฒนา Growth Mindset คุณจะต้องทำงานและทำโครงการในแต่ละวันด้วยทัศนคติที่พร้อมที่จะเรียนรู้ สมดุล และเข้าใจ
2. เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่สบายใจ
พนักงานส่วนใหญ่มักมี Comfort Zone ในที่ทำงาน ซึ่งง่ายต่อการทำงานโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไป แต่ Growth Mindset นั้นต้องการให้คุณบังคับตัวเองให้พ้นจาก Comfort Zone หมายความว่าคุณจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับความล้มเหลวบางอย่าง เมื่อโครงการที่มีความเสี่ยงไม่ได้ผล จงพร้อมที่จะยอมรับความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดได้
3. ตั้งเป้าหมายการเติบโตให้ตัวเอง
'เป้าหมายการเติบโต' แตกต่างอย่างมากจากเป้าหมายระยะสั้น โดยเป้าหมายประเภทนี้มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาส่วนบุคคลในระยะยาวของคุณ เช่น การเรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่หรือแก้ไขจุดอ่อน ปรับปรุงความสามารถในการนำเสนอต่อสาธารณชน เป็นต้น
4. เปลี่ยนคำว่า 'ไม่ดีพอ' เป็นคำว่า 'ยังไม่ใช่'
การทำโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวสามารถทำให้คุณติดอยู่ในกรอบความคิด fixed mindset ได้ ถ้าหากว่าผลลัพธ์ของคุณถูกจัดประเภทเป็นถูกหรือผิดเท่านั้น คุณจะมีพื้นที่เพียงเล็กน้อยในการเรียนรู้หรือพัฒนา
แต่การมีตัวเลือกที่สาม คือ 'ยังไม่ใช่' สามารถช่วยให้คุณหลุดพ้นจากสิ่งนี้ได้ โดย Carol Dweck ยกตัวอย่างโรงเรียนในชิคาโก ที่แทนที่เครื่องหมาย 'ล้มเหลว' บนกระดาษข้อสอบของนักเรียนด้วย 'ยังไม่ใช่' ต่อมาได้เห็นประสิทธิภาพของนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากการดิ้นรนเพราะว่า "ยังไม่ใช่" ซึ่งไม่ได้ตัดสินว่างานของพวกเขาล้มเหลว แต่คำดังกล่าวช่วยให้พวกเขาเห็นว่าด้วยเวลาและความพยายาม ของพวกเขาสามารถบรรลุเกรดที่ดีขึ้นได้
แรงจูงใจเดียวกันนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ การใช้ 'ยังไม่ใช่' เป็นคำตัดสินเกี่ยวกับงานและโครงการสามารถกระตุ้นให้คุณคิดอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทาย แทนที่จะตัดสินว่าเป็นความล้มเหลว
5. ให้เจ้านายช่วยเพื่อให้คุณเติบโต
เจ้านายของคุณอาจเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการช่วยพัฒนา Growth Mindset หากเจ้านายของคุณมีทักษะที่คุณชื่นชม ให้คุณคิดหาวิธีที่จะฝึกฝนทักษะนั้นในกิจวัตรประจำวัน อย่าอายที่จะถาม เจ้านายที่ดีจะใช้ทุกโอกาสเพื่อสนับสนุนให้คุณพัฒนาขึ้น
6. ระวังคำชมที่ไร้สาระ ขอคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์แทน
การสรรเสริญความสำเร็จในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้คุณมีกำลังใจในการทำงาน แต่การยกย่องที่มากเกินไปอาจทำให้คุณเข้าสู่ fixed mindset ได้ เนื่องจากการได้รับคำชมเชยที่มากเกินไป อาจจะทำให้คุณเชื่อว่าคุณมีพรสวรรค์โดยธรรมชาติและไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอีกต่อไป
หากโครงการที่คุณรับผิดชอบได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ให้ถามเพื่อนร่วมงานว่ามีอะไรที่คุณจะทำเพื่อให้โครงการออกมาแตกต่างจากนี้หรือไม่
หากงานของคุณเกี่ยวกับการบริการลูกค้า ให้คุณถามลูกค้าว่ามีอะไรอีกบ้างที่พวกเขาอยากเห็นในบริการของคุณหรือจากผลิตภัณฑ์ของคุณ และหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ให้ลองทำแบบเดียวกันนี้กับลูกค้าที่พึงพอใจ เพราะท้ายที่สุด พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงต่างๆ มากเท่ากับที่คุณทำได้ เมื่อคุณได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่าเก็บมันไว้ในใจ ให้เวลากับความคิดว่าจะทำอย่างไรกับมันต่อไป
7. สร้างความยืดหยุ่น
Growth Mindset มักจะเป็นการทำงานนอก Comfort Zone ที่บ่อยขึ้น ในทางกลับกัน คุณอาจจะพบว่าตัวเองถูกกดดันมากกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการหมดไฟ ให้คุณฝึกฝนการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อไม่ให้เกิดการกดดันตัวเองจนนำไปสู่ความเครียดในการทำงาน
Bestjobth เชื่อว่าทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ในแบบของตัวเอง หากใครกำลังมองหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง ลองนำวิธีที่กล่าวมาไปใช้ดูนะคะ หรือหากมีไอเดียดีๆ ก็สามารถนำมาแบ่งปันกันได้ค่ะ
ที่มา: BESTJOBTH
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น